บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ คนมักกลอน

พรุ่งนี้... กี่หยดน้ำตาจะมาถึง

รูปภาพ
ทดลองเขียนความเหงาในเงาเงียบ ลมเหงา พัดผ่าน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บอลิคำไซย ทุ่งไหหิน เสียงขับทุ้มลำ ลิเกจำปา หญิงสาวหลวงพระบาง ริมฝีปากงาม ยั่วยวน ราว อั้ม พัชราภา "อ้ายอย่ามาตั๋วน้อง ซำลมพัดต้องตองกุง ย่านแต่ตาบ่เห็นหุ่ง ย่อนว่าหลงฮักอ้าย คนหล่วยหล่ายใจเบา ซะเด้อ้าย" เสียงซึ้งเศร้า ราวเสียงของ แม่มลฤดี พรมจักร ร้องเพลง สาวนักเรียนตำตอ ท่วงทำนองภูไทดั้งเดิม เรือใบไม้ชรา ล่องลอยแม่น้ำโขง พรุ่งนี้... กี่หยดน้ำตาจะมาถึง

วาง

รูปภาพ
"วาง" แล้วความเจ็บก็เต็มอก สลัดออกก็ยากนัก คิดมากไปไย ท่องไปตามอารมณ์ ดีกว่าไหม เผื่อความเจ็บ จะเลือนหายไป กับความทรงจำ ของค่ำคืนป่วยไข้...

ไม่มีชาวนา ในบทกวี

รูปภาพ
ไม่มีชาวนา ในบทกวี   บ่มีชาวนา ในเรื่องสั้น บ่มีชาวนา ในบทกวี บ่มีชาวนา ในเพลงลูกทุ่ง (ในเพลงสตริง แฮงแล้วเลย) บ่มีชาวนา ในหมอลำ บ่มีชาวนา ในคณะรัฐมนตรี (แต่ตอนหาเสียงบอกว่าลูกชาวนา ได้เป็นแล้ว ฝีขึ้นขี้แฮ้) บ่มีสีกา ในกุฎิ (อ้าว มาได้แนวใด) แว๊บๆ มีหลวงพี่ เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่มีชาวนา ในบทกวี...

กรอบเกรียม

รูปภาพ
 ชีวิต... กรอบเกรียม แล้ง,กันดาร ธารน้ำใจ แห้งขอด ผงฝุ่น ธารน้ำตา เอ่อล้น ท่วมใจ ใบไม้ชรา แห้งเหี่ยว กลิ้งกับพื้น ตามแรงลม ไร้ทิศทาง ชีวิต แม้แห้งแล้ง แต่ไม่เคยไร้ทิศทาง เหนื่อย...

ฤดูร้อนที่หนาวเช้า

รูปภาพ
  ลมเช้า หวีดหวิว เหมือนกำลังร้องเพลง เคล้าคลอเสียงจั๊กจั่น เหมือนเสียงแคน ผสมผสานกันเป็นท่วงทำนอง... กลิ่นไหม้ซังข้าว ลอยมาจากที่ใดสักแห่ง ฉันกำลังเขียนหมอลำสักหนึ่งกลอน ยังร้างไร้สังวาส "โอย เจ้าผู้พั่วดอกซ้อน แม่นนอนเกยกับชายใด ลืมแล้วไปนอคำ บ่าวพี่ชายหัวใจฮ้าง หรือว่านางลืมจ้อย ฮอยความหลังครั้งเก่า เคยกอดหอมแก้มเจ้า ลมหนาวต้อง มื้อฟังลำ เดนาง" กรุ่นหอมกลิ่นแก้มนาง เจือจางมากับสายลมหนาว ฉันรู้สึกสดชื่นอย่างแปลกประหลาด...

ความรักหมุนรอบหัวใจ

รูปภาพ
  เพียงแค่ว่า... สัมผัสชื่นเช้า ทักทายลมหนาว หยอกเย้าหมอกหม่น ละทิ้งกังวลใดใด ปล่อยใจให้ล่องลอย ปล่อยความคิดเป็นอิสระ ขณะคิดถึงใครบางคน ดื่มด่ำความคิดถึงจนสำลัก เขินอายจนบิดม้วน มองไปทิศทางใด ก็มีแต่ใบหน้าของคนที่คิดถึง โอ้...โลกสีชมพู ความรัก...กำลังหมุนรอบหัวใจ

ฉันจะให้หัวใจ...เป็นอิสระ

รูปภาพ
  หนาวเช้า หวิวลมหยอกหมอก...ดอกหญ้า เพลงรักลมหนาว แผ่ว...เศร้า นกกระจิบร้องเพลง ขันแข่งลมหนาว ถนนโบราณ,หมอกคลุม รอทักทายแดดสาย ฉันฟังเสียงหัวใจร้องเพลง ฉันไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง,นานแล้ว ฉันขังตัวเอง,นานแล้ว ฉันทนในมืดบอด,นานแล้ว วันนี้... พรุ่งนี้... วันต่อๆ ไป ฉันจะให้หัวใจ...เป็นอิสระ

[กึ่งกลาง]

รูปภาพ
ความเหงา... อยู่กึ่งกลางระหว่างฉันกับเธอ ที่สรรพนามด้วยคำว่า คิดถึง ความคิดถึง จางหายไปในใจของเธอ เหลือเพียงการเพ้อรำพัน ในใจฉัน เนิ่นนาน นับวันจะเหนื่อยล้า แต่ยังคงมีรอยยิ้มสิเน่หา ให้หยดน้ำตาจดจำ...

หอมข้าวใหม่

รูปภาพ
 "หอมกลิ่นข้าวใหม่ มาชาร์จใจที่บ้านสาก่อน สู่ฝันจนแรงล้าอ่อน บ้านเกิดเมืองนอนรอเติมแรงใจ" ซาวข้าวใหม่ใส่หวดนึ่งหมน้ำ เช้าหมอกฉ่ำระบำน้ำค้างสางฟ้าสวย เร่งฟืนไฟฟ่อนฝั่นควันพุ่งพวย ก็อุ่นด้วยเปลวไฟข้าวใหม่หอม หวนอดีตขีดขั้นอันขมขื่น หม่นหมอกมัวดาษดื่นกระตุ้นต่อม เอ๋ยชีวิตเคยขีดเขียนคำว่ายอม เพราะบ่พร้อมจึงย้อนคืนภูมิลำเนา มาเป็นบ่าวบ้านนาสุราพ่าย สุขชีวิตสุขกายร่ายเพลงเศร้า มะน่องมะแน่งมะลึงคึ้งเค้า สุขทุกข์เหงาบ้านเราราววิมาน

ล่องลอย...

รูปภาพ
  เรือนร่างแห่งรัก ตราตรึงในมโนนึก ทุกสัมผัสที่นิ่มนวล เคลิ้มหลง... ราวจิตหลุดลอย เพ้อพะวงในภวังค์ แหวกว่ายในทะเลสุข จ่อมจมในลึกที่ยากหยั่ง ซึ้งกระซิบซาบ สั่นสะท้าน เพียงแนบชิด แทบสิ้นลม ใจล่องลอย...

เธอสาวไหมสายหมอกในม่านเมฆ...

รูปภาพ
เธอสาวไหมสายหมอกในม่านเมฆ ประเสริฐ ยอดสง่า ผู้เขียน  ไม่ใช่คำถาม  ไม่ใช่นิยามของความรัก  ไม่ใช่รูปเงาของก้อนเมฆ  แต่เมฆยังเปลี่ยนรูป เธอสาวไหมสายหมอกในม่านเมฆ... เหงาไหม... อาจไม่ใช่คำถาม อาจเพียงนิยามความห่วงหา อาจการซ่อนเร้นทุกหยดน้ำตา แล้วยิ้มเก็บอาการ... ที่ไหน... ใครกัน โน่น นี่ นั่น บางคืนวัน, ฝันเฟื่อง หลากเรื่อง หลายราว บั่นทอนความนึกคิด... จริงไหม.. เธอว่าจริงไหม อื่นใดในโลกนี้ บางความห่วงใย บางเสี้ยวห่วงหา อาจเขา เพียงสักคน ที่เปี่ยมล้นความจริงใจ... เชื่อฉันสิ...

คืนค่ำ...

รูปภาพ
"คืนค่ำ" ประเสริฐ ยอดสง่า ผู้เขียน      เสียงขับลำลั่นทุ่ง ของกบเขียด กระทั่งอึ่งอ่าง ขันแข่งเสียงฝน... ครึ้มมืด นกหลงทางบินว่อน ร้างไร้ทิศทาง ดวงตามืดบอด จับเกาะต้นไม้แปลกหน้า เปียกปอน... คืนค่ำที่เหน็บหนาว ห่าฝนที่มาเยือน แว่วเสียงรถไถนา แผ่วผสานเสียงเพลง ณ ที่ใดสักแห่ง...

ใครคนนั้น...

รูปภาพ
  ระยิบแดด  กรกฎาคม  ส่ำเสียงชาวนา ร่ำร้อง ผิดหวัง ทางตัน เพลงของนกไม่เสนาะหู ใครคนนั้น พยายามเปิดเพลงให้ใครฟัง เพลงที่ไม่มีความไพเราะ หวีดแหลม... แต่ใครคนนั้น ก็ยังพยายามยัดเยียด เพื่อที่จะให้ใครหลายหลายคน กลั้นใจฟัง... บางที เพลงนี้อาจจะมีความไพเราะ เพราะมันไม่มีความไพเราะ แต่ใครคนนั้น ก็ยังมั่นใจ...

ร้าว...

รูปภาพ
  ลึกลงในหลืบเร้น พร่าเลือน นัยน์ตาเศร้า ใครขีดเขียน ความปวดร้าวลงกลางใจ ใครลักพาความรัก ให้ท่องเที่ยวอุทยานน้ำตา ในเวิ้งว้าง เราสัมผัสใดบ้าง อุ่นไอรัก ยังหลงเหลือ ติดค้างอยู่บ้างไหม หรือใครบางคน หยิบจับความรัก ไปพันธนาการ...

ความฝันของชายอัปลักษณ์

รูปภาพ
  แต้มฝัน... หยอกล้อใจ ซุกซ่อนความคิดถึง ในซอกหลืบแห่งรัก ไกลโพ้น... ฉันทักทายความเศร้า เราสวนทางโดยบังเอิญ น้ำตาเกินกลั้น พยายามซ่อนเร้นทุกหยดน้ำตา ในวนอุทยานของความเหงา ฉันเรียกร้องอะไรไม่ได้แล้ว ขณะอ้างว้างริมระเบียงฝัน วาดวิมานในชั้นบรรยากาศ ฉันรินน้ำตา เปียกปอน ในเวิ้งฝัน สวยงาม ฉันเชื่อว่าเป็นความฝันที่สวยงาม จากชายอัปลักษณ์ ก็ตามที...

[บทกวี] เสียงร่ำร้องของคนโซ

รูปภาพ
ฟังสิ... เสียงร่ำร้องของคนโซ จากชายป่าอารยธรรม เศร้าสร้อยปนเสียงสะอื้น แม้แต่เจ้านกสันติภาพ ยังเงี่ยหูฟัง เหมือนเขาเพรียกหา เมืองเกิดเก่าแก่ ขณะที่เขา จ่อมจมอยู่ในโซเซียล ร้างไร้ความจริงทุกสิ่งอย่าง "ฉันอยากมีบ้านนอกเป็นของตัวเอง" เขาใฝ่ฝันเช่นนั้น... ประเสริฐ ยอดสง่า

[บทกวี] เพราะชีวิตไม่มีรูปแบบตายตัว

รูปภาพ
'เพราะชีวิตไม่มีรูปแบบตายตัว อาจเกลือกกลั้วมัวเมาหรือเง่างั่ง อาจโลกกว้างร้างไร้ในลำพัง อาจคลุ้มคลั่งเคร่งขรึมบ่นงึมงำ ในว่างเปล่าเราสบตาอารยะ ฟังธรรมะยังเพ้อพกจิตตกต่ำ เหม็นบูดเน่าเทียวเห่ากัดวัฒนธรรม อวดอ้างท่อนถ้อยคำราวศาสดา ณ ลานกว้างว่างเปล่าเหงาและเงียบ ชีวิตเราก็เปรียบดั่งคนบ้า ฟูมฟายร่ายร่านกาลเวลา หลบสายตาสังคมหน้าอมทุกข์' ประเสริฐ ยอดสง่า

รวมบทกวีคัดทิ้ง เรื่อง เพลงลามีนาคม

รูปภาพ
รวมบทกวีคัดทิ้ง เรื่อง เพลงลามีนาคม ผู้เขียน ประเสริฐ ยอดสง่า

พระเจ้าตนหลวงเนตรเขียว และเทวดาทวารบาลตาเขียว ที่แม่แจ่ม

รูปภาพ
เรื่องราวพระเจ้าตนหลวงเนตรเขียว และเทวดาทวารบาลตาเขียว ที่แม่แจ่ม.. วัดกองกาน....วัดคู่บ้านคู่เมือง แม่แจ่ม เมืองในหุบเขาที่ยากต่อการเข้าถึง และยังมีพระเจ้าตนหลวงที่มีพระเนตรสีมรกต มีประวัติความเป็นมา ตามคำบอกเล่าว่า ในราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 หลังจากที่พระพุทธศาสนา ได้เผยแผ่มาจากลังกาทวีป เข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ครองนคร ในล้านนาประเทศ อันได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และเชียงแสน ซึ่งเป็นผู้ที่นับถือในพระพุทธศาสนา ได้มาแผ้วถางป่าในบริเวณนี้ และสร้างเป็นวัดพร้อมกับได้ก่อพระพุทธรูปขึ้น ได้ให้ชื่อวัดที่สร้างขึ้นใหม่นี้ว่า "วัดศรีเมืองมา" ในการก่อสร้างพระพุทธรูปนั้น ช่างผู้ก่อสร้างได้ก่อองค์พระ จนมาถึงพระเศียรและพระเกศเมาลีแล้ว แต่พอจะแต่งพระพักตร์ (ขะเบ็ดหน้า) ขององค์พระ ช่างได้พยายามแต่งพระพักตร์อย่างไรก็ไม่มีความสม่ำเสมอสวยงาม ได้ทำใหม่ถึง 2-3 ครั้งก็ทำไม่ได้ จึงได้ปรึกษากันว่า ควรจะทำพิธีบวงสรวงเทพยดา ขอให้มาช่วยสร้างพระให้สำเร็จ พอได้ตั้งขันหลวงทำพิธีบวงสรวงอย่างนั้นแล้ว ช่างก็ลงมือช่วยกันทำต่อ ในขณะนั้นปรากฏว่า มีสามเณรน้อยรูปหนึ่งมาจากไหนไม่มีใครทราบ ได้มาช่วยทำพระพักตร์พร...

แต่สุดท้ายได้แค่ฝันเท่านั้นเอง

รูปภาพ
 'เธออาจลืมเรื่องเล่าเช้าหมาดฝน ลืมความฝันกันยายนใครคนนั้น ลืมเรื่องราวที่เล่าเรื่องอยู่เนืองนันท์ ลืมโทษทัณฑ์ที่ทับทบทุกข์ทวี ในโลกหลืบสืบทราบภาพอารยะ ล้วนตรรกะแข็งขืนฝืนเต็มที่ ภาพบางภาพทราบว่าคุณค่ามี อาจเดือนปีที่ทรงจำมิเสื่อมคลาย เธออาจลืมเรื่องเล่าเช้ากันยา อาจลืมว่าค่าของคนทำหล่นหาย เพียงเพราะเธอเชื่อมั่นฝันมากมาย แต่สุดท้ายได้แค่ฝันเท่านั้นเอง...'