บทความ

นิทานคร่าวออกในธรรม เจ้าแสงเมืองหลงถ้ำ

รูปภาพ
  นิทานคร่าวออกในธรรม เจ้าแสงเมืองหลงถ้ำ ในปรารภชาดกของแสงเมืองหลงถ้ำนี้ กล่าวว่า ในครั้งพระพุทธองค์ประทับที่เชตวันวนาราม เหล่าภิกษุปรารภกันว่านางยโสธราพิมพาคร่ำครวญถึงพระพุทธเจ้า และมีความภักดีในพระพุทธองค์อย่างยิ่ง เมื่อทรงทราบด้วยทิพโสตแล้ว พระพุทธองค์จึงเสด็จมาในที่ชุมนุมนั้นแล้วตรัสว่า นางยโสธราพิมพาเคยประพฤติเช่นนั้นมามากครั้งแล้วในอดีตชาติ แล้วทรงเล่าเรื่องแสงเมืองหลงถ้ำตามการทูลอาราธนาของหมู่สงฆ์ดังนี้ กาลครั้งหนึ่ง ท้าวมันธราชและนางสุมิราครองเมืองเชียงทองแต่ไม่มีโอรส ท้าวมันธราชจึงโปรดฯ ให้นางสุมิรารับประทานอาหารวันละมื้อและรักษาศีล ๗ วัน เพื่อขอบุตร ผลการบำเพ็ญดังกล่าวทำให้พระอินทร์ร้อนใจ จึงไปเชิญพระโพธิสัตว์มาปฏิสนธิในครรภ์ของนางสุมิรา และให้เทวดาอีก ๑,๐๐๐ องค์มาเกิดในเมืองนั้น ในขณะประสูตินั้นเกิดอัศจรรย์ ๓ ประการ คือต้นไม้เหลืองไปหมด แม่น้ำแดงไปทั้งหมด และโดยเฉพาะหินทรายทั้งมวลกลายเป็นสีเขียวถึง ๕ วัน เหตุนั้น จึงให้ชื่อพระโอรสว่า “เจ้าซายเขียว” (เจ้าชายเขียว) และเนื่องจากพระอินทร์แปลงนำเอาแสง (แก้วมณี) มาถวายในคราวประสูติกาลด้วย จึงได้ตั้งชื่อพระโอรสดังกล่าวว่าเจ้าแส...

[ย้อนรอยประวัติศาสตร์] แหล่งเตาเมืองน่าน....บ้านบ่อสวก

รูปภาพ
  ในอดีตเมืองน่านเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัย จึงได้รับวิทยาการด้านเครื่องปั้นดินเผาจากสุโขทัย ศรีสัชนาลัย สังคโลก หากว่าชิ้นงาน สีของชิ้นงานแตกต่างกัน แหล่งเตาเมืองน่าน....บ้านบ่อสวก แหล่งเตาโบราณบ้านบ่อสวก นับเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตเครื่องถ้วยชามสมัยโบราณ สันนิษฐานว่าน่านจะมีอายุประมาณ 550-750 ปี โดยพบหลักฐานเตาเผาและเศษเครื่องถ้วยชามอย่างหนาแน่นตามบริเวณเนินดินริมห้วยปวนและลำน้ำสวกในเขตบ้านบ่อสวก ในปี พ.ศ.2527 โครงการโบราณคดีประเทศไทย (ภาคเหนือ) หน่วยศิลปากรที่ 4 เชียงใหม่ ได้เข้ามาดำเนินการสำรวจแหล่งเตาเผาเมืองน่านที่บ้านบ่อสวก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2542 โครงการวิจัยเครื่องถ้วยล้านนา โดย อ.สายันต์ ไพรชาญจิตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาการพัฒนาชุมชน คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากรองศาสตราจารย์สุมิตร ปิติพัฒน์ และสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการสำรวจและขุดค้นเตาเผาในที่ดินของครอบครัวพ่ออุ้ยแสนแม่อุ้ยชื่น ธิเสนา บริเวณบ้านบ่อสวก ต.สวก อ.เมือง จ.น่าน แม่อุ้ยชื่น ธิเสนา เจ้าของที่ดินซึ่งจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื...

[สาระน่ารู้] สรีกัญไชย

รูปภาพ
ดาบสรีกัญไชย  “สรีกัญไชย” คำนี้ เขียนตามอักษรธรรมล้านนา ออกเสียงว่า “สะ-หลี๋-กั๋น-ไจ” บางแห่งใช้ “สรีกัญชัย” ก็มี หมายถึงดาบวิเศษของพระโพธิสัตว์ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามของดาบศักดิ์สิทธิ์ ที่ครูบาอาจารย์พระเถระสังฆเจ้า ได้เมตตาสร้างไว้เป็นเครื่องรางทรงพุทธานุภาพ ปกป้องคุ้มครองบรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่ได้มีไว้สักการบูชา กล่าวได้ว่าเป็นที่สุดแห่งศาสตร์พระเวทย์ล้านนา เป็นวิชาชั้นสูงของภาคเหนือก็ว่าได้ ดาบชื่อนี้ เป็น ๑ ใน ๕ อย่างของเครื่องราชกกุธภัณฑ์ล้านนา มีรูปลักษณ์ต่างกันออกไป เช่น เป็นดาบยาววาก็มี เป็นดังมีดน้อยก็มี หรือมีด้ามยาวอย่างง้าว ที่ใช้เป็นเครื่องเทียมยศพระพุทธรูป ปักเรียงกับละแอบังสูรย์ ทั้งหมดต่างเรียกขานว่า ดาบสรีกัญไชย และหากจะเทียบศักดิ์แห่งดาบนี้ คงทำนองเดียวกับพระแสงขรรค์ชัยศรีของภาคกลาง รูปแบบดาบโดยละเอียดเป็นอย่างไร เนื้อเหล็กเป็นอย่างไร ในเอกสารล้านนาไม่ได้พรรณนาไว้ รู้แต่ว่าเป็นของวิเศษคู่บุญพระโพธิสัตว์ หากจะพูดถึงที่มาที่ไปของดาบสรีกัญไชย  คงต้องนับย้อนไปถึงตำนานความเชื่อตามโบราณกาล ที่เล่าสืบทอดกันมาว่าพญาอินทร์ (พระอินทร์) หรือสักกะเทวราช ได้มีบัญชาใ...

[ย้อนรอยพุทธศาสนา] เมื่อพระทักขิณโมลีธาตุ (พระธาตุศรีจอมทอง) สูญหายไปเป็นเวลา ๙ ปี

รูปภาพ
พระทักขิณโมลีธาตุ  เมื่อพระทักขิณโมลีธาตุ (พระธาตุศรีจอมทอง) สูญหายไปเป็นเวลา ๙ ปี  จากศิลาจารึกของพระเจ้ากาวิละ พระเจ้านครเชียงใหม่  แปลโดย พ่อศรีทน  ยศถามี  เมื่อวันที่  25  สิงหาคม  พ.ศ.  2533  (ศิลาจารึกนี้ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พระวิหาร  วัดพระธาตุศรีจอมทอง  อำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่) ได้กล่าวถึงเหตุการณืหายไปของพระบรมธาตุไว้ตอนหนึ่งว่า  เอวัณณา ตุโชตะกะปาปะนาคะมิสัพพะทา ปีขาล จุลศักราช ๑๑๓๒ ตัว (พ.ศ. ๒๓๑๓) เดือนห้า (เดือนเจ็ดเหนือ) แรม ๑๑ ค่ำ วันจันทร์ พระมหาชินธาตุเจ้าองค์ประเสริฐก็ได้อันตรธานสูญหายไปนับตั้งแต่นั้นมาถึงปีกาบ (ปีมะเมีย) จุลศักราช ๑๑๓๖ ตัว (พ.ศ. ๒๓๑๗) เดือนสาม(เดือนห้าเหนือ) ขึ้น ๑๕ ค่ำ วันเสาร์ยามเที่ยงคืน มหากษัตริย์เมืองอยุธยาได้ยกพลโยธาขึ้นมารบกับพม่าที่นครเชียงใหม่ ได้รับชัยชนะแล้วไปสู่เมืองหริภุญชัย(ลำพูน) แล้วจึงได้อภิเษก(แต่งตั้ง) ให้พระยาจ่าบ้านขึ้นเป็นพระเจ้านครเชียงใหม่ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาหลวงวชิรปราการกำแพงเพชร (พญาวิเชียรปราการ) เวนบ้านเวนเมืองให้เป็นเจ้าเมืองนพบุรีศรีมหาน...

[ข่าวลุงพล] ทำได้เพียงแค่นี้เองน่ะหรือ

รูปภาพ
  ทำได้เพียงแค่นี้เองน่ะหรือ   ทุกๆ คนนั้นย่อมมีความเชื่อ ความศรัทธาในแบบของตัวเอง และมีความฝันในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น การที่เราไปดูถูกความฝันหรือความรักของคนอื่น ก็เหมือนเป็นการไปดูถูกในสิ่งที่เขาศรัทธาและเชื่อมั่น มันเป็นสิ่งที่จะทำให้คนอื่นไม่พอใจในตัวของเราได้ จะเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานแล้วไปดูถูกความศรัทธาคนอื่น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำหรือเปล่า ส่วนความฝันของคนอื่น มันก็คือสิ่งที่เขาเชื่อและศรัทธา ความฝันของคนเรานั้นมีไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราไม่มีสิทธิ์ ที่จะไปดูถูกความฝันของคนอื่นหรอกนะ เพราะถ้ามีใครมาดูถูก ความฝันของเรา เราก็คงจะไม่ชอบใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น อย่าดูถูกความเชื่อความศรัทธาคนอื่นเด็ดขาด เพราะคนทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรีในตัวเอง ไม่ควรที่จะดูถูกกัน ผมชื่นชอบบทความชิ้นหนึ่งของพี่โซดา น้ำ จึงได้หยิบยกบทความชิ้นนี้ มาเล่าให้ฟัง เรื่อง “ทำได้เพียงแค่นี้เองน่ะหรือ ” หลังจากที่ทราบข่าวเมื่อช่วงสายๆ ของเมื่อวานนี้ว่า ได้มีคำสั่งให้ระงับการปั้นรูปองค์พญานาคปาริจิต ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ กับข่าวที่ได้ทราบมานี้เท่าใดนัก เนื่องจากตั้งแต่ครั้งแร...

[ข่าวลุงพล] หมาป่ากับลูกแกะ ลุงพลกับฝูงไฮยีนา อันไหนน่ากลัวกว่ากัน

รูปภาพ
  หมาป่ากับลูกแกะ    ลุงพลกับฝูงไฮยีนา   อันไหนน่ากลัวกว่ากัน ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินซึ่ง เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ แต่ที่ดินส่วนใหญ่ ถูกครอบครองโดยคนกลุ่มน้อยเพียงไม่กี่ตระกูล มิหนำซ้ำนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องถิ่น ต่างก็ใช้อำนาจเงินและบารมี เข้าไปบุกรุกหรือฮุบเอาป่าไม้และที่ดินส.ป.ก. ไปครอบครองโดยไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ชาวบ้านที่ยากไร้ เข้าไปทำกินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเพียงไม่กี่ไร่ และอยู่อาศัยทำกินมาก่อนการประกาศเขตป่า-อุทยานฯ กลับถูกจับกุมดำเนินคดีและติดคุกไปแล้วนับไม่ถ้วน ปัจจุบันมีชาวบ้านทั่วประเทศ ต้องคดีบุกรุกป่าและทำไม้สูงถึง 46 , 600 คดี สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ ด้านการถือครองที่ดินในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤติ โดยข้อมูลในปี 2561 ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพบว่า ประชากรที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงสุดร้อยละ 10 ถือครองที่ดิน 94.86 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 61.5 ขณะที่ประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 10 ของประเทศ ถือครองที่ดินรวมกันเพียง 68,330 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.1 หรือแตกต่า...

[พุทธสถาน] วัดบุพพาราม วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี

รูปภาพ
บริเวณที่เชื่อว่าเป็นที่ตั้งของวัดบุพพารามเมื่อกว่า ๒ , ๕๐๐ ปีที่แล้ว   "วัดบุพพาราม" เป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งในกรุงสาวัตถี รองจากวัดพระเชตวันมหาวิหาร โดยพระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ ๓ พรรษา บุพพารามเป็นมหาวิหารแห่งที่สองของนครสาวัตถี เคยมีผู้ชี้ให้ดูบอกว่านี่คือวัดบุพพาราม ซึ่งต้องเดินลัดเลาะตามทุ่งนาเลียบฝั่งแม่น้ำอจิรวดีไปประมาณ ๓ กิโลเมตร บางท่านบอกว่าน่าจะเป็นเมืองอโยธยาในปัจจุบัน ยังไม่มีความชัดเจนกว่านี้ก่อน จึงขอกล่าวเนื้อหาตามที่อรรถกถาธรรมบทเล่าไว้ว่านางวิสาขาผู้เป็นธิดาธนัญชัยเศรษฐี และเป็นภรรยาของปุณณวัฒนะเศรษฐี แห่งเมืองสาวัตถี นางวิสาขานับถือพระพุทธศาสนา แต่สกุลสามีนับถือศาสนาเชน ภายหลังได้ชักชวนสกุลของสามีเข้ามานับถือพระพุทธศาสนา หลังจากที่ได้ซื้อเครื่องประดับอันมีค่ายิ่งชื่อ มหาลดา หรือเมรปสันทนา ของตนเองทีี่ลืมไว้ในศาลาโรงธรรม และใช้เงินนั้นสร้างพระอารามขึ้นทางทิศตะวันออกของนครสาวัตถี ให้ชื่อว่า บุพพาราม แปลว่า อารามด้านทิศตะวันออกตามชื่อของป่านั้น   การที่นางวิสาขาเลือกสร้างพระอารามขึ้นที่บุพพาราม ก็เพราะเป็นที่ที่พระบรมศาดาโปรดปราน เสด็จไปประทับ...