บทความ

แข้บักเฮ้า (แข้บักเห้า) ตำนานแสนเศร้า ของวังสามหมอ

รูปภาพ
แข้บักเฮ้า (แข้บักเห้า) ตำนานแสนเศร้า ของวังสามหมอ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีอยู่สมัยหนึ่ง พระอินทร์ ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งสิ่งทั้งมวลบนโลกพิภพ อีกทั้งยังเป็นจอมเทพแห่งเทวโลก มนุษย์โลก และสัตว์โลกทั้งหลาย ในราว พ.ศ. ๒๓๙๔ ตรงกับแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ประชาชนอยู่ด้วยกันอย่างมีความร่มเย็นเป็นสุข อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ชาวประชาร้องสาธุกันไปทั่วหน้า และในแผ่นดินสมัยนี้ แดนดินถิ่นวังสามหมอ ยังเป็นป่ารกทึบ มีขุนเขา ลำห้วย มากมาย ยากที่จะหาผู้ใดมากล้ำกรายได้ จึงไม่มีผู้ใดรู้จัก จนกระทั่งหน่วยล่าจระเข้ของพระยาสุทัศน์ แห่งเมืองท่าขอนยาง มาพบเข้า ความลี้ลับต่าง ๆ ของวังสามหมอ จึงได้ถูกเปิดเผยขึ้น ประชาชนจากถิ่นต่างๆ จึงหลั่งไหลเข้าไปตั้งรกราก อาศัยทำมาหากิน จนกระทั่งปัจจุบัน พระยาสุทัศน์ เป็นเจ้าเมืองท่าขอนยาง (ปัจจุบันคือบ้านท่าขอนยาง เคยขึ้นตรงกับอำเภอเมือง ก่อนแยกมาขึ้นกับ อ.กันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม) มีภรรยาชื่อนางจันทรา อันว่าเมืองท่าขอนย่างนั้น เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำชี ป...

ตำนานถ้ำพระขยาง หรือพระขาหยั่ง

รูปภาพ
 ตำนานถ้ำพระขยาง หรือพระขาหยั่ง “ขยางหรือขาหยั่ง”  อันเป็นชื่อของถ้ำนี้ หมายถึงสิ่งที่ประกอบขึ้นด้วยไม้หลัก 3 ต้น ปักโคนทแยงเป็นรูป 3 มุม ปลายหลักผูกมัดปลายติดกัน ใช้เป็นที่เอาคนไปมัด ให้ยืนติดกับหลัก เป็นเครื่องภัณทนาการในสมัยโบราณชนิดหนึ่ง ชาวบ้านเรียกกันว่า “ขาหยาง” ถ้ำพระขยางหรือขาหยั่ง ซึ่งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อปลายสมัยแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี ซึ่งประมาณเกือบสองร้อยปีมาแล้ว ในขณะนั้น ท้องที่อำเภอกระบุรี เป็นหมู่บ้านกระจัดกระจาย อยู่ในความปกครองของเมืองชุมพร มีนายแก้ว ธนบัตร เป็นนายบ้าน ดูแลปกครองอยู่ นายแก้วผู้นี้ เป็นเชื้อสายของเจ้าพระยานคร ได้อพยพมาจากเมืองนครศรีธรรมราช มาได้นางน้อยเป็นภรรยา ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ดอนนาน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลปากจั่น นายแก้ว ได้จับเต่ากระทองตัวหนึ่ง มีลักษณะสวยงามมาก จึงนำไปส่งเจ้าเมืองชุมพร เมื่อเจ้าเมืองชุมพรได้รับเต่ากระทองนี้ไว้แล้ว จึงจัดข้าราชการ นำเต่ากระทองนี้ ไปถวายพระเจ้าอยู่หัว  ด้วยความชอบอันนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกหมู่บ้านต่าง ๆ ที่นายแก้วดูแลปกครอง...

ตำนานรักเขาสอยดาว (เจ้าแม่เขาเกลือ)

รูปภาพ
 ตำนานรักเขาสอยดาว (เจ้าแม่เขาเกลือ) ความรัก เมื่อเกิดขึ้นมากับใครแล้ว มักจะทำให้ลืมความทุกข์ยากใดๆ โดยสิ้นเชิง  ตำนานโศกนาฏกรรม ความรักอันแสนเศร้าและไม่สมหวัง ของเจ้าแม่เขาเกลือ  เมื่อประมาณพันกว่าปีมาแล้ว อาณาจักรขอม รุ่งเรืองอยู่ในแถบสุวรรณภูมินี้ พระเจ้าชัยวรมันปกครองดินแดนนี้ ด้วยความสงบสุขร่มเย็น ครั้งหนึ่ง พระเจ้าชัยวรมัน ในยุคนั้น ได้มีพระบรมราชโองการ ให้เจ้าชาย ควบคุมไพร่พลทำถนน เพื่อตัดข้ามเขา ไปยังดินแดนฝั่งเมืองควนคราบุรี  อันเป็นดินแดนติดต่อกันจะด้วยเหตุใดยังมิทราบ เจ้าชายวรมัน ได้ตัดถนนจากเมืองนครธมมาเรื่อยๆ จนถึงเขามะเกลือ ที่บนเขา เต็มไปด้วยต้นมะเกลือ และมีกระท่อมสองตา ยาย ตั้งอยู่บนเขา  สองตา ยาย มีหลานสาวหน้าตาสะสวยอยู่ 1 คน และในตำนาน ก็ไม่ได้กล่าวถึงชื่อของนาง ผู้นั้นแต่อย่างได  วันหนึ่ง เจ้าชายเสร็จจากภาระกิจ ในการตรวจการทำถนนของเหล่าทหาร และได้เห็นบ้านของสองตา ยาย บนเขามะเกลือนั้น จึงได้พบสบตากับสาวน้อยผู้เป็นหลานสาว  และตั้งแต่นั้นมา เจ้าชายก็ไปมาหาสู่ พบปะพูดคุยกับสาวน้อยผู้นั้น จนเกิดความรักปฏิพัทธ์ต่อกันเป็นอย่างมาก  จนเว...

ตำนาน เมืองศรีสะเกษ

รูปภาพ
 ตำนานเมืองศรีสะเกษ   ในสมัยอยุธยา มีพระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง ทรงปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า ครั้งนั้นท้องที่จังหวัดศรีสะเกษ และสุรินทร์ยังเป็นป่าดงอยู่มาก พลเมืองโดยมากเป็นชาวป่าชาวเขา ได้มีชาวป่าสามคนชื่อตาเฌอ ตาปะขาว และตากะจะหม้อนึ่ง เป็นเพื่อนร่วมสาบาน ได้แบ่งดินแดนทำมาหากินออกเป็นสามส่วน แล้วปลูกข้าวบำรุงจนงอกงาม  วันหนึ่ง มีช้างเผือกตัวหนึ่ง มาย่ำยีข้าวในที่ของเขา ทั้งสามคนจึงช่วยกันไล่ช้างออกไป ช้างตัวนั้นก็มุ่งเดินทางไปทางทิศตะวันออก หลังจากนั้นก็มีกองทัพของพระราชาองค์หนึ่ง ติดตามจับช้างมาถึงไร่ เมื่อทราบถึงลักษณะของช้าง ที่มากินข้าวในไร่ก็ดีพระทัย จึงให้ทั้งสามสหาย เดินทางติดตามช้างร่วมไปด้วย พอถึงลำน้ำแห่งหนึ่ง ก็พบช้างกำลังกินใบหญ้าใบไม้อยู่ จึงเข้าล้อมจับ แต่ช้างหนีฝ่าวงล้อมไปได้ โดยไปทางทิศตะวันออก จนมาถึงห้วยแห่งหนึ่ง พระราชาถามว่าชื่อห้วยอะไร เมื่อทราบว่ายังไม่มีชื่อ จึงให้ชื่อว่า ห้วยทับทัน ชาวบ้านที่อยู่แถบนั้น ได้ช่วยกันปลูกหอพักให้กองทัพพัก แต่เนื่องจากการติดตามช้าง ต้องรีบติดตามช้างไป หอดังกล่าวจึงได้ชื่อว่า หอเลย หรือหัวเลย และต่อมา...

ตำนานรัก เมืองฟ้าแดดสงยาง

รูปภาพ
 ตำนานรัก เมืองฟ้าแดดสงยาง เมื่อประมาณสองพันปีมาแล้ว เผ่าไทย ได้อพยพมาจากเมืองหนองแสน่านเจ้า ลงมาทางใต้ สร้างเมืองสองเมือง คือเมืองเชียงโสม ทางใต้ลงมาคือ เมืองฟ้าแดด ทั้งสองเมืองคบหาสมาคม และติดต่อกันโดยทางเรือตามลําน้ำเท่านั้น เมืองฟ้าแดด มีพญาฟ้าแดดครองเมือง (ในตํานานเขียนเป็นอักษรไทยใหญ่ (ตัวธรรม) เขียนในหนังสือใบลานเก่า ๆ ว่า  “ยังมีเมืองใหญ่กว้าง เฮืองฮุ่งแต่ปางหลัง ในชมพูทวีป บางคนเขาเอิ้นนครศรีฟ้าแดด มีพญาฟ้าแดดนั่งครองเป็นเจ้า”  ส่วนเมืองน้องคือเมืองลูกหลวง ชื่อเมืองสงยาง มีต้นยางสูงสวยงามมาก รวมเรียกเมืองทั้งสองว่า ฟ้าแดดสงยาง พญาอิสูรย์ (เจ้าฟ้าระงึม) ผู้เป็นน้องชาย ครองเมืองสงยาง พญาฟ้าแดด มีมเหสีชื่อจันทาเทวี หรือเขียวค่อม พระองค์มีราชธิดาชื่อ นางฟ้าหยาด หรือหยาดฟ้า ทรงมีสิริโฉมรูปร่างสวยงาม ผิวขาว แขนเรียว คิ้วโก้งดังคันธนู คอปล้อง นมตั้งพองาม ผมดําเลื่อมสลวย เนื้ออ่อนละมุนเหมือนสําลี สวยงามดั่งสวรรค์สร้าง  เมื่อราชธิดาเจริญวัย พญาฟ้าแดดได้สร้างปราสาทเสาเดียว ก่อด้วยศิลาแลงล้วน สูงเท่าปลายต้นตาล ตั้งอยู่ในกลางทะเลหลวง ปัจจุบันเรียก โนนสาวเอ้ เพื่อเป็นที่...

รักที่ถูกปิดของเจ้าหญิงพิษณุโลก ธิดาของพระสุพรรณกัลยา

รูปภาพ
 รักที่ถูกปิดของเจ้าหญิงพิษณุโลก  เจ้าหญิงพิษณุโลก คือพระราชธิดาในพระเจ้าบุเรงนองกษัตริย์พม่า กับพระสุพรรณกัลยาผู้ทรงเป็นพระพี่นางของพระมหากษัตริย์ไทย 2 พระองค์คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พระองค์ดำ) และ สมเด็จพระเอกาทศรถ (พระองค์ขาว)  เจ้าหญิงพิษณุโลก หรือเจ้าหญิงเจ้าภุ้นซีพระองค์นี้ ได้รับการสถาปนาเฉลิมพระยศ พระราชทานตำแหน่งเป็น พิษณุโลกเมียวซา เพราะทรงได้รับสิทธิในภาษีประจำปี ที่ได้มาจากพิษณุโลก พระองค์ทรงได้รับการพระราชทานนามว่า เจ้าหญิงภุ้นซี ซึ่งมีความหมายว่า ผู้มีสติปัญญาและพระบารมี แต่ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในพระนาม เมงอทเว (เมง-อะ-ทเว) ที่แปลว่าเจ้าหญิงองค์น้อย  มิกกี้ ฮาร์ท ชาวพม่าผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย-พม่า ได้แปลเอกสารหลักฐานของพม่าที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหญิงพิษณุโลกหรือเจ้าหญิงเจ้าภุ้นซี ไว้ดังนี้ พระสุพรรณกัลยาได้ทรงครรภ์ ตั้งแต่ตอนที่พระเจ้าบุเรงนองกำลังทรงศึกกับล้านช้างที่เมืองลโบ (ปัจจุบันอยู่ชายแดนไทย-ลาว) เมื่อเสด็จมาถึงกรุงหงสาวดีได้ไม่นานพระธิดาพระองค์น้อยก็ประสูติ เมื่อ พ.ศ.2113 พระเจ้าบุเรงนองทรงโสมนัสมาก พระราชทานนามพระธิดาพระองค์ว่าเจ้าภุ้นซี แต...

เจ้าฟ้าพินทวดี เจ้านายที่ทรงรอดพระชนม์ จากคราวเสียกรุงครั้งที่ 2

รูปภาพ
เจ้าฟ้าพินทวดี เจ้านายที่ทรงรอดพระชนม์ จากคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 เจ้าฟ้าพินทวดี เจ้านายกรุงศรีอยุธยา ที่ทรงรอดพระชนม์ จากคราวเสียกรุงครั้งที่ ๒ และทรงพระชนม์ มาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าฟ้าพินทวดี เลือดขัตติยนารี ๓ แผ่นดิน คำว่า ๓ แผ่นดิน มิได้หมายถึง ๓ รัชกาลแต่อย่างใด แต่หมายถึง ๓ อาณาจักร คือ กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์  เจ้าฟ้าพินทวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๓ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ประสูติแต่กรมหลวงพิพิธมนตรี พระองค์ทรงเป็นเจ้านาย ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพียงไม่กี่พระองค์ ที่มีพระชนมายุยืนยาว มาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งพระองค์มีบทบาทสำคัญ ในการถ่ายทอดราชประเพณี ในราชสำนักฝ่ายในตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา สู่ราชสำนักรัตนโกสินทร์ ทำให้ประเพณีโบราณไม่สูญหายไป พระองค์ เป็นพระเชษฐภคินี ในสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ และสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ประสูติเมื่อพุทธศักราช ๒๒๕๐ มีพระเชษฐภคินี พระอนุชา และพระขนิษฐา ร่วมพระชนกพระชนนี ทั้งหมด ๘ พระองค์ คือ เจ้าฟ้าประภาวดี เจ้าฟ้าประชาวดี เจ้าฟ้าพินทวดี เจ้าฟ้าเอกทัศน์ กรมขุนอนุรักษ์มนตรี (สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ) เจ้าฟ้าจันทวดี เจ้าฟ้ากษ...